การสมัครสอบ ก.พ. เพื่อเข้ารับราชการพลเมืองนั้น เป็นสิ่งที่หลายๆท่านต้องพบเจอ และหากอยากเข้าร่วมงานกับทางรัฐก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ที่จะเข้าร่วม โดยตัวการสอบของ ก.พ. นั้นก็ถูกแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด โดยแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันออกไป ส่วนจะแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน อย่างไรนั้น บทความนี้มีคำตอบ
สอบภาค ก. วัดความรู้ ความสามารถ
เริ่มแรกด้วยข้อสอบภาค ก. โดยตัวสอบภาค ก. นี้จะทำหน้าที่ในการวัดความสามารถ ความรู้ทั่วไป โดยจะมีการจัดสอบประจำในทุกๆปี จากข้อมูลของสำนักงาน ก.พ. ผู้ที่มีสิทธิ์สอบนั้นจำเป็นต้องมีเงื่อนไขในการสมัครสอบดังนี้
- ผู้สมัครสอบต้องมีสัญชาติไทย
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี
- เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
- ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกำหนด (เช่น ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ฯลฯ)
- พระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครสอบ และไม่อาจให้เข้าสอบได้
- ผู้สมัครสอบต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษา หรือผู้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2561
การสอบภาค ก. นั้นเป็นการทดสอบที่วัดความสามารถและความรู้ทั่วไป เพราะฉะนั้นทุกท่านที่ต้องการบรรจุเข้าราชการต้องทำการสอบ โดยตัวข้อสอบภาค ก. จะแบ่งออกเป็น 3 วิชาหลักๆ คือ
1.ทดสอบวิชาภาษาไทย
เริ่มแรกด้วยการทดสอบความรู้วิชาภาษาไทย ที่เป็นภาษาหลักในประเทศ ทั้งในด้านการอ่าน และการเข้าใจถึงบทความต่างๆ รวมถึงการเขียนประโยคของภาษาไทยให้ถูกต้อง จำนวน 20 ข้อ คะแนนเต็ม 50 คะแนน ผ่านเกณฑ์เมื่อได้คะแนน 60%
2. ทดสอบวิชาภาษาอังกฤษ
ต่อด้วยการทดสอบความรู้ด้านภาษาอังกฤษเบื้องต้น จากการฟัง พูด อ่าน และเขียน โดยจะมีจำนวน 25 ข้อ และมีคะแนนเต็มอยู่ที่ 50 ผ่านเกณฑ์เมื่อได้คะแนน 50%
* ผู้สอบสามารถยื่นคะแนนภาษาอังกฤษมาตรฐานที่มีคะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50% มาเทียบแทนการสอบได้ โดยตัวคะแนนที่ได้รับนั้น ต้องมาจากการสอบอื่นๆดังต่อไปนี้ IELTS , TOEIC , TU-GET , CU-TEP
การทดสอบภาษาอังกฤษที่ยื่นเทียบแทนได้ | คะแนนเต็ม | เกณฑ์ผ่าน |
TOEIC | 990 | 496 |
TOEFL | 120 | 60 |
TU-GET | 1,000 | 500 |
CU-TEP | 120 | 60 |
3. ทดสอบวิชาความสามารถทั่วไป
การทดสอบด้านความสามารถ ความรู้ทั่วไปนั้นจะมีโจทย์ที่หลากหลาย ทั้งการคิดคำนวณกับด้านการให้เหตุและผลอีกด้วย ด้วยความหลากหลายในโจทย์ข้อสอบนี้จึงทำให้มีโจทย์มากถึง 40 ข้อ คะแนนนเต็มถึง 100 คะแนน ผ่านเกณฑ์เมื่อได้คะแนน 60% ขึ้นไป
วิชา | จำนวนข้อ | เวลาทำข้อสอบ | คะแนนเต็ม | เกณฑ์ผ่าน |
ภาษาไทย | 20 ข้อ | 200 นาที | 50 คะแนน | 60% |
ภาษาอังกฤษ | 25 ข้อ | 200 นาที | 50 คะแนน | 50% |
ความสามารถทั่วไป | 40 ข้อ | 200 นาที | 100 คะแนน | 60% |
ช่วงเวลาการจัดสอบ
ช่วงเวลาในการสมัครสอบของทุกปีนั้นจะเปิดรับสมัครในช่วงเดือน มีนาคม และมีการเริ่มต้นสอบในช่วง มิถุนายน – กรกฎาคม โดยสามารถติดตามกำหนดการและข้อมูลข่าวสารในช่วงเวลาที่รับสมัครได้ที่เว็บไซน์ของ สำนักงาน ก.พ. โดยตรง http://job.ocsc.go.th/Default.aspx
ภาค ข คือ การสอบภาคความสามารถเฉพาะตำแหน่ง
การสอบภาค ข. เป็นการสอบที่เน้นความรู้และความสามารถเฉพาะทาง หรือเฉพาะตำแหน่งในด้านต่างๆ เช่น นักวิเคราะห์นโยบาย นักวางแผน เจ้าพนักงานสาธารณสุข นักวิชาการเงิน นายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน โดยการจะสอบภาคนี้ได้นั้นจำเป็นต้องมีหนังสือรับรองว่าได้ทำการสอบภาค ก. ผ่านแล้วจึงสามารถสมัครได้ โดยช่วงเวลาในการสมัครของภาค ข. นั้นจะถูกเปิดขึ้นตามหน่วยงานต่างๆที่เปิดรับสมัครขึ้น
ภาค ค คือ การสอบสัมภาษณ์
สอบภาค ค. เป็นการสอบขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มเข้ารับราชการ โดยการสอบนี้จำเป็นต้องผ่านภาค ก. และการสอบภาค ข. แล้ว โดยการสอบภาค ค. จะเป็นการสอบด้านการสัมภาษณ์เป็นหลัก นอกจากนี้อาจจะมีการทดสอบอื่นๆ เช่น การทดสอบด้านร่างกาย และการทดสอบด้านจิตวิทยาอีกด้วย