การสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการ

721
การสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการ
การสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการ

การรับราชการ เป็นอาชีพที่มีความมั่นคงและเชื่อว่านอกจากเป็นอาชีพในฝันของคนส่วนใหญ่แล้ว ยังเป็นอาชีพซึ่งสามารถสร้างความภาคภูมิใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองที่ส่วนใหญ่ต้องการให้ลูกรับราชการ เพื่อความมั่นคงในการดำเนินชีวิตและยังเอื้อประโยชน์ด้านค่ารักษาพยาบาลให้กับพ่อแม่อีกด้วย แต่เส้นทางการสอบบรรจุเพื่อรับราชการ นอกจากการสอบ ก.พ. ภาค ก. แนวข้อสอบความรู้ทั่วไป ซึ่งเป็นสนามแรกก่อนไปสู่การสอบ ภาค ข และ ค แล้ว ยังมีอีกหลายแนวทาง ในบทความนี้ ก.พ.ออนไลน์ มีความรู้มาแนะนำ

การสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการ

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 บัญญัติว่า “การสรรหาให้ได้บุคคลมาบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรมและคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าว ตลอดจนประโยชน์ของทางราชการ” ดังนี้

  1. การสรรหาและเลือกสรรต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรม โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถ ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และประโยชน์ของทางราชการ
  2. การแสวงหาและเลือกสรรต้องคำนึงถึงความเสมอภาคในโอกาส โดยการเปิดโอกาสแก่บุคคลที่มีคุณสมบัติอย่างเดียวกันให้ได้รับเลือกสรรเช่นเดียวกัน
  3. การสรรหาและเลือกสรรบุคคลต้องดำเนินการให้ได้มาตรฐานเพื่อให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถ มีคุณธรรมจริยธรรม และมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งมากที่สุด
  4. การสรรหาและเลือกสรรบุคคล ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใสยุติธรรม
  5. เปิดโอกาสให้ผู้สมัครมีโอกาสเลือกงาน และส่วนราชการมีโอกาสเลือกคน

วิธีสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการ

การสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการ มีด้วยกัน 2 วิธี ได้แก่ การสอบแข่งขัน และการคัดเลือก ซึ่งทั้ง 2 วิธีมีขั้นตอนแตกต่างกัน ดังนี้

1.การสอบแข่งขัน

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 บัญญัติให้ “การสอบแข่งขัน การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบแข่งขันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ ก.พ. กำหนด”  โดยการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเข้ารับราชการพลเรือนในตำแหน่งทั่วไป ระดับปฏิบัติงาน และตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการใช้วิธีสอบ 3 ขั้นตอน ได้แก่

  • การสอบแข่งขันแนวข้อสอบความรู้ทั่วไป เพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก)
  • การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข)
  • การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค)

1.1 การสอบแข่งขันแนวข้อสอบความรู้ทั่วไป (ภาค ก)

การสอบแข่งขันข้อสอบความรู้ทั่วไป เพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ได้กำหนดให้ ก.พ. เป็นผู้ดำเนินการสอบ แนวข้อสอบ มีดังนี้

  • วิชาความสามารถทั่วไป และวิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 150 คะแนน) แยกเป็น
  • วิชาความสามารถทั่วไป (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) เป็นการสอบเพื่อวัดความสามารถด้านการคิดคำนวณ และด้านเหตุผล
  • วิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) เป็นการสอบเพื่อวัดความสามารถ ด้านความเข้าใจภาษา และด้านการใช้ภาษา
  • วิชาภาษาอังกฤษ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)แนวข้อสอบ เป็นการสอบเพื่อวัดความสามารถด้านการพูด เขียน อ่าน และฟังภาษาอังกฤษ และความเข้าใจ สาระสำคัญของข้อความในระดับเบื้องต้น

1.2 การสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) คะแนนเต็ม 200 คะแนน)

ส่วนราชการเป็นผู้ดำเนินการสอบ เพื่อเป็นการทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยเลือกใช้วิธีการสอบข้อเขียน การสอบปฏิบัติ หรือสอบโดยวิธีอื่น

1.3 การสอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค) คะแนนเต็ม 100 คะแนน

ดำเนินการโดยส่วนราชการ เป็นการทดสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง โดยวิธีการสัมภาษณ์หรือวิธีอื่นเพื่อประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยพิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

2. การคัดเลือก

มาตรา 55 บัญญัติว่า “ในกรณีที่มีเหตุพิเศษ ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 อาจคัดเลือกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโดยไม่ต้องดำเนินการสอบแข่งขันตามมาตรา53 ก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.พ.กำหนด”  สำหรับหลักเกณฑ์และวิธีการให้ส่วนราชการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้โดยไม่ต้องสอบแข่งขัน มีขั้นตอน ดังนี้

  • กรณีเป็นผู้ได้รับทุนเล่าเรียนหลวงหรือทุนรัฐบาลเพื่อศึกษาวิชาในประเทศหรือต่างประเทศที่สำเร็จการศึกษาแล้ว
  • กรณีเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรที่ ก.พ. อนุมัติให้ส่วนราชการจัดให้มีการศึกษาขึ้นเพื่อเข้ารับราชการในส่วนราชการใดส่วนราชการนั้นโดยเฉพาะ
  • กรณีเป็นผู้สำเร็จการศึกษาในวุฒิที่ ก.พ.
  • กรณีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ซึ่งไม่สามารถมารับการบรรจุได้ เมื่อถึงลำดับที่ที่สอบได้เพราะอยู่ระหว่างรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารและได้มารายงานตัวขอรับการบรรจุเมื่อบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่ผู้นั้นสอบได้ถูกยกเลิกไปแล้ว
  • กรณีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ซึ่งถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้โดยได้มารายงานตัวเพื่อขอรับการบรรจุแล้ว แต่มีเหตุที่ไม่อาจเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้ตามกำหนดเวลาที่ทางราชการจะบรรจุและแต่งตั้ง
  • กรณีอื่นที่ ก.พ. อนุมัติสำหรับการเปิดสอบเพื่อสรรหาให้ได้บุคคลมาบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ การสอบแข่งขันแนวข้อสอบความรู้ทั่วไป เพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ที่ดำเนินการโดยสำนักงาน ก.พ. จะเปิดสอบเป็นประจำทุกปี กรณีที่ผู้สมัครสอบผ่านเกณฑ์หรือสามารถสอบภาค ก. ได้แล้วจะนำไปใช้สอบเพื่อบรรจุเข้ารับราชการในภาค ข และภาค ค ได้ตลอดจนกว่าจะสอบบรรจุรับราชการได้หรือจนอายุครบ 59 ปี