หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำคัญต่อการสอบท้องถิ่นอย่างไร

724
หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำคัญต่อการสอบท้องถิ่นอย่างไร
หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำคัญต่อการสอบท้องถิ่นอย่างไร

จากการที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ ก.พ. ได้ออกหนังสือเวียน แจ้งเกี่ยวกับหลักสูตรการสอบ ก.พ.ภาค ก. ที่มีการเพิ่ม วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี เข้าไปในการสอบท้องถิ่น โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 นั้น ในปี 2563 เพื่อให้คนที่กำลังวางแผนอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ ก.พ. ท้องถิ่นมี แนวข้อสอบ ก.พ. กฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบบริหารราชการที่ดี  ก.พ. ออนไลน์ มีบทความดี ๆ มาแนะนำ

หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี คืออะไร

หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นในสังคมไทยช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในปี พ.ศ.2540 ซึ่งเชื่อว่าสาเหตุสำคัญมาจากความบกพร่อง อ่อนแอ หย่อนประสิทธิภาพของกลไกด้านการบริหารจัดการทั้งภาครัฐและเอกชน จึงต้องวางรากฐานในการบริหารราชการแนวใหม่ สำหรับการสร้างระบบธรรมาบาล ซึ่งหมายถึง “หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี” หรือ Good Governance  คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2542 และถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกส่วนราชการต้องถือปฏิบัติ

หลักการพื้นฐาน ในการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี

การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี หรือธรรมาภิบาล เป็นวิถีทางของการใช้อำนาจในการใช้ทรัพยากรเพื่อการบริหารองค์กร โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งมีหลักการพื้นฐานอยู่ 6 ประการ ได้แก่

  1. หลักนิติธรรม หมายถึง การตรากฎหมายที่ถูกต้อง เป็นธรรม การดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักกฎหมาย การกำหนดกฎ กติกา และมีการปฏิบัติตามกฎ กติกาที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัดโดยถือว่าเป็นการปกครองภายใต้กฎหมายมิใช่ตามอำเภอใจหรืออำนาจของตัวบุคคล
  2. หลักคุณธรรม หมายถึง การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม โดยรณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐยึดหลักนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นตัวอย่างแก่สังคม และสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนพัฒนาตนเองไปพร้อมกัน เพื่อให้คนไทยมีความซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัย ประกอบอาชีพสุจริตจนเป็นนิสัยประจำชาติ
  3. หลักความโปร่งใส หมายถึง การสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันของคนในชาติ โดยปรับปรุงกลไกการทำงานขององค์กรทุกองค์กรให้มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวก และมีกระบวนการให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องได้ชัดเจน
  4. หลักการมีส่วนร่วม หมายถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้และแสดงความคิดเห็น ตัดสินใจปัญหาสำคัญของประเทศ ไม่ว่าด้วยวิธีการแสดงความคิดเห็น การไต่สวนสาธารณะ และการแสดงประชามติอื่น ๆ
  5. หลักความรับผิดชอบ หมายถึง การตระหนักในสิทธิหน้าที่ ความสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม การใส่ใจปัญหาสาธารณะของบ้านเมืองและการกระตือรือร้นในการแก้ปัญหา ตลอดจนการเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างและความกล้าที่จะยอมรับผลดีและผลเสียจากการกระทำของตนเอง
  6. หลักความคุ้มค่า หมายถึง การบริหารจัดการและใช่ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม โดยรณรงค์ให้คนไทยมีความประหยัด ใช้ของอย่างคุ้มค่า สร้างสรรค์สินค้าและบริการที่มีคุณภาพ สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และรักษาพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติให้มีสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ทำไม ต้องมีการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี

  1. การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เป็นการบริหารองค์กรโดยมีเป้าหมายอยู่ที่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
  2. หลักการบริหารครอบคลุมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ
  3. การบริหารอย่างมีความรับผิดชอบ (ภาระรับผิดชอบ)
  4. มีกฎหมาย กฎระเบียบในการปฏิบัติงาน
  5. หลักการบริหารมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้
  6. มีข้อมูลข่าวสารที่สาธารณะชนสามารถเข้าถึงได้

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หมายถึง

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) คือหน่วยงานของรัฐที่มีการดำเนินงานเป็นอิสระจากส่วนกลาง ทำหน้าที่บริหารจัดการกิจการต่าง ๆ ในท้องถิ่นของตน โดยผู้บริหาร อปท.เป็นบุคคลในท้องถิ่นที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ

การปกครองท้องถิ่น หมายถึง การปกครองตนเองของประชาชนในชุมชนที่มีอำนาจอิสระ จากการกระจายอำนาจการปกครองของรัฐบาลให้ท้องถิ่น โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

  1. เป็นองค์กรที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีกฎหมายรับรองฐานะ
  2. มีสภาและผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้ง
  3. มีอิสระในการบริหารจัดการจากรัฐในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
  4. มีเขตการปกครองที่ชัดเจน
  5. มีงบประมาณรายได้เป็นของตนเอง
  6. มีอำนาจในการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นด้วยตัวเอง
  7. มีอำนาจหน้าที่เหมาะสมต่อการให้บริการ
  8. มีอำนาจออกข้อบังคับเป็นกฎหมายท้องถิ่น
  9. มีสภาท้องถิ่น และ/หรือ ผู้บริหารท้องถิ่น มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในเขตพื้นที่
  10. มีความสัมพันธ์กับส่วนกลางในฐานะเป็นหน่วยงานระดับรองของรัฐ

นอกจากนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังประกอบด้วย กลุ่มบุคคล 3 กลุ่มหลัก ที่ทำหน้าที่ตามภารกิจเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  1. ฝ่ายนิติบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ สภาท้องถิ่น ซึ่งสมาชิกสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน
  2. ฝ่ายบริหาร คือ บุคคลที่ทำหน้าที่บริหารงาน กำหนดนโยบายจัดทำงบประมาณควบคุมการทำงานของฝ่ายปฏิบัติงาน
  3. ฝ่ายปฏิบัติงาน คือ กลุ่มบุคคลที่ปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามที่ได้รับมอบหมายจากฝ่ายบริหารในฐานะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของฝ่ายบริหารท้องถิ่น

ประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ตามหลักของการกระจายอำนาจทางการปกครอง คือ การจัดระเบียบการปกครองซึ่งรัฐหรือส่วนกลางมอบอำนาจหน้าที่ในการจัดทำบริการสาธารณะบางอย่าง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับไปดำเนินการด้วยงบประมาณและเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่น โดยราชการบริหารส่วนกลางเพียงแต่กำกับดูแลเท่านั้น สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย จำแนกออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ

1.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป เป็นรูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วประเทศทุกจังหวัด มี 3 ประเภทได้แก่

  • เทศบาล
  • องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
  • และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)

สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป ในแต่ละประเภทจะมีการกำหนดลักษณะหรือองค์ประกอบให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ คือ จะมีกฎหมายกำหนดวิธีการในการจัดตั้ง รูปแบบการบริหารจัดการ อำนาจหน้าที่ วิธีการในการจัดทำบริการสาธารณะ การบริหารงานบุคคล การคลังและงบประมาณเป็นแบบแผนเดียวกันทั่วประเทศ

2.การปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีลักษณะหรือ

องค์ประกอบบางประการแตกต่างไปจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่ว ๆ ไป ส่วนใหญ่จะเป็นเขตเมืองใหญ่ เช่น เมืองหลวงหรือเมืองท่องเที่ยว ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะใช้รูปแบบทั่วไปมาใช้ในการปกครอง เนื่องจากเป็นท้องถิ่นที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจมาก เป็นท้องถิ่นที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น หรือเป็นท้องถิ่นที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ปัจจุบันการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ได้แก่

  • กรุงเทพมหานคร
  • และเมืองพัทยา

หลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะที่เป็นองค์กรที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด และเป็นหน่วยดำเนินการ ซึ่งทำหน้าที่แทนรัฐในการจัดบริการสาธารณะ การบริหารจัดการภารกิจต่าง ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนเป็นหลัก โดยกระทรวงมหาดไทยได้จัดทำหลักเกณฑ์การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในความรับผิดชอบ ดังนี้

  1. มีเป้าหมาย เป้าหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ได้แก่
    1. มุ่งให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน
    2. มุ่งให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    3. มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
    4. ลดขั้นตอนและระยะเวลาการปฏิบัติงานที่เกินความจำเป็น
    5. ปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์
    6. ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองต่อความต้องการ
    7. มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
  2. มีแนวทางปฏิบัติ แนวทางปฏิบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ได้แก่
    1. การบริหารภารกิจ เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน ดังนี้
      1. เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนสามารถติดตามตรวจสอบได้ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2540 (แนวข้อสอบ ก.พ. กฎหมาย)
      2. จัดวางระบบควบคุมภายในให้มีประสิทธิภาพได้มาตรฐานตามระเบียบคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมภายใน พ.ศ.2544 (แนวข้อสอบ ก.พ. กฎหมาย)
      3. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี และการจัดซื้อจัดจ้าง ผ่านช่องทางการ สื่อสารที่หลากหลายขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้โดยสะดวก
      4. ก่อนดำเนินการบริหารจัดการในด้านใด ต้องจัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ผลดีผลเสีย กำหนด ขั้นตอนการดำเนินงานที่โปร่งใส มีกลไกตรวจสอบได้ในแต่ละขั้นตอน
      5. ในภารกิจที่มีผลกระทบต่อประชาชน นอกจากต้องดำเนินการตามข้อ 1-4 และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนแล้ว ยังต้องชี้ทำความเข้าใจเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงประโยชน์ที่ส่วนรวมได้รับ
  3. บริหารงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต่อภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้
    1. จัดทำแผนพัฒนา (แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาและแผนพัฒนาสามปี) ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2548 (แนวข้อสอบ ก.พ. กฎหมาย)
    2. ให้มีการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามแผนพัฒนา และนำผลที่ได้มาทบทวนปรับปรุง
    3. นำแผนพัฒนาสามปีมาใช้เป็นกรอบในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    4. ให้มีการจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยผุ้บริหารจะทำหน้าที่กำกับการปฏิบัติภารกิจให้ประสบความสำเร็จและเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย
    5. ในกรณีที่ภารกิจใดมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน หรือเป็นภารกิจที่ใกล้เคียงต่อเนื่องกัน ให้พิจารณาบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ
    6. ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ในหน่วยงาน โดยจัดให้มีระบบข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์และเปลี่ยนทัศนคติของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพและมีการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้มีลักษณะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างยืน
  4. บริหารภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ ดังนี้
    1. กำหนดเป้าหมายแผนการดำเนินงาน ระยะเวลาแล้วเสร็จของโครงการ และงบประมาณที่ใช้ และเผยแพร่ให้ข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่นและประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน
    2. ในการจัดซื้อหรือจัดจ้างให้ดำเนินการโดยเปิดเผยและเที่ยงธรรม พิจารณาถึงความคุ้มค่า คุณภาพ การดูแลรักษาประโยชน์และผลเสียต่อประชาชนเป็นสำคัญ
    3. หากส่วนราชการจำเป็นต้องรับอนุญาต อนุมัติหรือความเห็นชอบจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ แจ้งผลการพิจารณาให้ส่วนราชการที่ยืนคำขอทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอหรือตามประกาศกำหนดระยะเวลาการพิจารณาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    4. ให้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาโดยเร็ว การตั้งคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยให้ทำเท่าที่จำเป็นกำหนดกระบวนการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
    5. การสั่งราชการให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่กรณีผู้บังคับบัญชามีความจำเป็นอาสั่งราชการด้วยวาจาก็ได้
  5. การลดขั้นตอนปฏิบัติงาน มีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
    1. การกระจายอำนาจการสั่งการ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
    2. จัดให้มีการควบคุม ติดตามและกำกับดูแลการใช้อำนาจและความรับผิดชอบของผู้รับมอบอำนาจ
    3. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือโทรคมนาคม ตามความเหมาะสม เพื่อช่วยลดขั้นตอน เพิ่มประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่เกิดผลเสียหายแก่ภารกิจ
    4. ในการจัดบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน ให้จัดทำแผนภูมิขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการรวมทั้งรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอนปราสัมพันธ์ไว้ ณ ที่ทำการ และในระบบเครือข่ายสารสนเทศของหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
    5. จัดตั้งหรือสนับสนุนศูนย์บริการร่วม เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการติดขอทราบข้อมูล ขออนุญาต ขออนุมัติในเรื่องที่เป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานนั้น ๆ
  6. การปรับปรุงภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
    1. ภายในระยะเวลา 3 ปี ให้ทบทวน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกบทบาทภารกิจตามความจำเป็น โดยคำนึงถึงแผนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด ฐานะการเงินการคลังและสถานการณ์อื่น ๆ ประกอบกัน
    2. จัดให้มีการแก้ไข ปรับปรุง หรือยกเลิกข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ เพื่อให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย กฎ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
  7. การอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน แนวทางปฏิบัติ ดังนี้
    1. กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานบริการสาธารณะแต่ละงาน และประกาศให้ประชาชนทราบ
    2. กรณีที่มีหนังสือร้องเรียน เสนอแนะ สอบถาม หรือเสนอความคิดเห็นจากประชาชน หรือส่วนราชการ ให้ตอบคำถามหรือแจ้งผลการดำเนินการภายในสิบห้าวันหรือภายในระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ
    3. จัดให้มีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะติดต่อสอบถามหรือขอข้อมูล หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  8. การประเมินผลการปฏิบัติงาน แนวทางปฏิบัติ ดังนี้
    1. จัดให้มีบุคคลภายนอกร่วมในการประเมินผลการปฏิบัติงานเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพของการบริการ ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ และความคุ้มค่าในภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    2. การประเมินบุคคล ให้คำนึงผลการปฏิบัติงานของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นในตำแหน่งที่ปฏิบัติ และประโยชน์ที่หน่วยงานได้รับจากการปฏิบัติงานของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นนั้น
    3. ให้พิจารณาใช้เงินงบประมาณเหลือจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดสรรเป็นเงินรางวัลให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นตามหลักเกณฑ์ที่ ก.จ. ก.ท. หรือ ก.อบต.กำหนดการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (หลักธรรมาภิบาล)ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำคัญต่อการสอบท้องถิ่นอย่างไร

รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ได้กำหนดแนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 76 (แนวข้อสอบ ก.พ. กฎหมาย) ให้รัฐพึงพัฒนาระบบการบริหารราชการแผ่นดินทั้งราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และงานของรัฐด้านอื่น ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยหน่วยงานของรัฐต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน รวมตลอดทั้งพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีทัศนเป็นผู้ให้บริการประชาชนให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ไม่เลือกปฏิบัติ และปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ

การสอบ ก.พ.ท้องถิ่น เป็นการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ธรรมาภิบาลหรือหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากมีความสำคัญต่อการพัฒนาท้องถิ่น และองค์กรปกครองท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยในท้องถิ่นนั้นแล้ว ยังมีความสำคัญที่ผู้สมัครสอบแข่งขันที่จะต้องศึกษาเรียนรู้บทบาทหน้าที่ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นข้าราชการท้องถิ่นที่ดี อีกทั้งข้าราชการซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล นั้นก็คือการบริหารกิจการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดี ภายใต้มาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลัก ดังนี้

  1. การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  2. การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม
  3. การมีจิตสานึกที่ดี ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบ
  4. การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
  5. การยืนหยัดทาในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรมและถูกกฎหมาย
  6. การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ
  7. การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วนถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
  8. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
  9. การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์กร
  10. การสร้างจิตสานึกให้ประชาชนในท้องถิ่นประพฤติตนเป็นพลเมืองที่ดีร่วมกัน

กฎหมายเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น

หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี หรือหลักธรรมาภิบาล ถือเป็นแนวข้อสอบภาคความรู้ที่ใช้ออกข้อสอบทุกตำแหน่ง ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก)  วิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ และยังมีแนวข้อสอบ ก.พ. กฎหมาย ที่ใช้ในการปฏิบัติราชการ ซึ่งผู้สอบจะต้องอ่านหรือฝึกทำแบบทดสอบ เพื่อนำไปใช้ในการสอบ ก.พ.ท้องถิ่น เช่น

  • กฎหมายเกี่ยวกับระเบียบข้าราชการท้องถิ่น
    • พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2554
    • พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542
  • กฎหมายเกี่ยวกับการจัดตั้ง
    • พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496
    • พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528
    • พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542
    • พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537
    • พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540
  • กฎหมายด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    • พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545
    • พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542
    • พระราชบัญญัติเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2509
    • พระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2530
    • พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2500
    • พระราชบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2542
    • พระราชบัญญัติว่าด้วยเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. 2542

สรุป

หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี สำคัญต่อการสอบท้องถิ่น เพราะเป็นการสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี คือหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ราชการของข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนั้นแนวข้อสอบ ก.พ. กฎหมาย วิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ ยังเป็นความรู้ที่ใช้อ่านเพื่อเตรียมตัวสอบข้าราชการท้องถิ่นภาค ข ภาคความสามารถเฉพาะตำแหน่ง ได้ทุกตำแหน่ง