ประวัติความเป็นมาของ ก.พ. และการสอบ ก.พ. สำคัญอย่างไร

776
ประวัติความเป็นมาของ ก.พ. และการสอบ ก.พ. สำคัญอย่างไร
ประวัติความเป็นมาของ ก.พ. และการสอบ ก.พ. สำคัญอย่างไร

ความมุ่งหวังของผู้ที่ต้องการสอบบรรจุรับราชการ ก็คือการสอบ ก.พ. ซึ่งถือเป็นความหวังสำคัญที่จะทำให้มีโอกาสรับราชการในทุกสาขาวิชาชีพหรือในอาชีพที่ต้องการตามความรู้ความสามารถที่มีอยู่ หากมีคำถามว่า ก.พ. คือ หลายคนที่เตรียมตัวสอบคงศึกษาความหมายของ ก.พ.มาแล้วเป็นอย่างดี ในบทความนี้จึงนอกจากจะเป็นการทบทวนความหมายของ ก.พ.แล้ว เราจะมาหาคำตอบกันว่าทำไมต้องมีการสอบ ก.พ. และการสอบ ก.พ.นั้นสำคัญอย่างไร

ประวัติความเป็นมาและความหมายของ ก.พ.

ก.พ. คือ คณะกรรมการที่รับผิดชอบงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ โดยเป็นอักษรย่อมาจากคำว่า “คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน” บทบาทหน้าที่ของ ก.พ.คือ เป็นผู้รับผิดชอบยุทธศาสตร์ด้านทรัพยากรบุคคลของรัฐบาลถือเป็นองค์กรกลางในการบริหารงานบุคคลสำหรับข้าราชการประจำ

สำหรับประวัติความเป็นมาของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ ก.พ. อดีตระบบราชการไทยในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ยังไม่มีการกำหนดคุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ารับราชการและไม่มีระเบียบข้าราชการพลเรือนส่วนกลางให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2468 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าควรมีกรรมการสอบคัดเลือกคนเข้ารับราชการ และทรงโปรดเกล้าฯ ให้กรมพระดำรงราชานุภาพคิดวางระเบียบในเรื่องนี้

เมื่อคณะกรรมการพิจารณาระเบียบข้าราชการพลเรือนที่ได้พิจารณาปรับปรุงร่างระเบียบข้าราชการพลเรือนแล้วนำ ทูลเกล้าฯ ถวาย หลังจากได้มีการประชุมปรึกษาเรื่องนี้ในเสนาบดีสภาแล้ว พร้อมกันนั้นก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้งกรรมการกลางสำหรับรักษาระเบียบข้าราชการพลเรือนขึ้น เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2470 เพื่อดำเนินการรักษาพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน จัดการสอบเพื่อเลือกสรรผู้สมัครเข้ารับราชการพลเรือน และจัดการศึกษาของนักเรียนหลวงฝ่ายพลเรือนที่ส่งไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ

ต่อมาหลังจากได้มีการพิจารณาแก้ไขอีกหลายครั้ง ก็ทรงประกาศ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2471 เป็นพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พุทธศักราช 2471 ซึ่งให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2472 โดยมีกรรมการรักษาพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนซึ่งเรียกกันโดยย่อว่า “ก.ร.พ.” เป็นผู้รักษา และดำเนินตามพระราชบัญญัตินี้

หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อพ.ศ. 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบข้าราชการพลเรือน ให้เข้ารูปตามระบอบการปกครองใหม่ โดยตราเป็นพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2476 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2477 ซึ่งเป็นวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยเริ่มใช้พระราชบัญญัติคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ “ก.พ.” แทนพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน หรือ “ก.ร.พ.” ฉบับเดิม

การสอบ ก.พ. สำคัญอย่างไร

การสอบ ก.พ. คือ การสอบคัดเลือกบุคคลในระดับวุฒิการศึกษาและสาขาวิชาชีพที่แตกต่างกัน เพื่อเข้ามาทำงานให้กับหน่วยงานราชการ โดยต้องสมัครสอบคัดเลือกตามหลักสูตรที่กำหนดหรือประกาศเปิดรับ การสอบ ก.พ.จะแบ่งออกเป็น 3 ภาค ดังนี้

การสอบภาค ก. ได้แก่ การสอบภาคความรู้ ความสามารถทั่วไป โดยในแต่ละปีทางสำนักงานก.พ.จะจัดสอบปีละ 1 ครั้งเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจได้มาลงทะเบียนสอบ

การสอบภาค ข. ได้แก่ การสอบภาคความสามารถเฉพาะตำแหน่ง คุณสมบัติของผู้สอบภาค ข จะต้องสอบผ่าน ภาค ก มาก่อน ซึ่งองค์กรที่เปิดสอบได้แก่ หน่วยงานราชการที่ต้องการบุคลากรในตำแหน่งนั้นๆ เป็นผู้เปิดรับสมัคร ในส่วนของข้อสอบจะเป็นการสอบแบบข้อเขียน

การสอบภาค ค. ได้แก่ การสอบสัมภาษณ์เป็นการสอบเพื่อดูถึงความเหมาะสมกับตำแหน่งตามที่หน่วยงานราชการนั้นๆ เปิดสอบ โดยคุณสมบัติผู้สอบจะต้องเป็นผู้ผ่านการสอบ ภาค ก. และ ภาค ข. มาก่อน ซึ่งการสอบสัมภาษณ์ ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ

ความสำคัญของการสอบ ก.พ. คือ เปรียบเสมือนองค์กรกลางที่จัดระบบให้ผู้ที่ต้องการเข้าทำงานในระบบราชการ ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานกับหน่วยงานราชการที่ขาดแคลนบุคลากร ทำหน้าที่เป็นองค์การกลางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลในราชการพลเรือน ภายใต้ระบบคุณธรรมทำหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มีคุณภาพชีวิตและการทำงานที่ดี และพัฒนาระบบการบริหารกำลังคนในราชการให้เป็นกลไกการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

ระดับวุฒิการศึกษาที่ ก.พ. รับลงทะเบียนสอบ

สำนักงาน ก.พ. จะรับสมัครสอบเป็นประจำทุกปี โดยเปิดรับสมัครทั้งผู้ที่จบการศึกษาแล้ว และผู้ที่กำลังศึกษาชั้นปีสุดท้าย จำนวน 4 ระดับ ดังนี้

  1. ระดับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)
  2. ระดับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) อนุปริญญา หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
  3. ระดับวุฒิปริญญาตรี
  4. ระดับวุฒิปริญญาโท

หนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. มีอายุกี่ปี

เมื่อสามารถสอบผ่านภาค ก.ได้แล้ว คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ ก.พ. จะออกหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. ซึ่งสามารถใช้สมัครสอบบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญได้ตลอดไปจนถึงอายุ 60 ปี หรือตามช่วงอายุการเปิดสอบบรรจุ โดยไม่ได้ระบุวันที่หมดอายุไว้หรือหากมีการเปลี่ยนแปลง ทางสำนักงาน ก.พ. จะประกาศให้ทราบล่วงหน้า

กรณีผู้ที่สอบผ่านภาค ก.ได้แล้ว แต่ทำหนังสือรับรองผลสอบผ่านภาค ก. หาย สามารถยื่นคำร้องขอใบแทนหนังสือรับรองผลการสอบภาค ก.ได้จากสำนักงาน ก.พ. โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ ส่วนการแก้ไขกรณีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล  ภายหลังการสมัครสอบ ทางสำนักงาน ก.พ. จะไม่ดำเนินให้ผู้สอบจะต้องเก็บหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลไว้ประกอบเอกสารการสอบบรรจุหรือสอบภาค ข และ ค ด้วยตนเอง