แนวข้อสอบ ก.พ. 63 ปรับเพิ่มวิชากฎหมาย

แนวข้อสอบ ก.พ. 63 ปรับเพิ่มวิชากฎหมาย
แนวข้อสอบ ก.พ. 63 ปรับเพิ่มวิชากฎหมาย

การเปิดสมัครสอบออกไปโดยไม่มีกำหนด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อให้ผู้ที่วางแผนสมัครสอบ โดยเฉพาะการสอบ ก.พ. ท้องถิ่น ได้เตรียมตัวอ่านหนังสือและจัดหา แนวข้อสอบ ก.พ. ท้องถิ่น ที่มีกรอบเนื้อหาตรงกับแนวข้อสอบ ก.พ. 63 มาไว้อ่าน ก.พ.ออนไลน์ มีหัวข้อกฎหมายและเนื้อหาเกี่ยวกับโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาแนะนำเป็นความรู้

แนวข้อสอบ ก.พ. 63 ปรับเพิ่มวิชากฎหมาย

แม้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จะประกาศเลื่อนการสมัครสอบออกไปโดยไม่มีกำหนด หรือจนกว่าไวรัสโควิดจะผ่านพ้นไป แต่ในส่วนของเนื้อหาและแนวข้อสอบ ก.พ. 63 ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ได้มีการปรับเปลี่ยนระเบียบของวิชาที่ใช้สอบ โดยเพิ่มรายวิชากฎหมายเข้ามา ซึ่งเนื้อหาวิชากฎหมายนอกจากใช้สอบ ก.พ. ภาค ก.แล้ว ยังเหมาะสำหรับการสอบบรรจุข้าชการในทุกตำแหน่ง(ภาค ข.) อีกด้วย หัวข้อกฎหมายที่เพิ่มเข้ามามี 5 หัวข้อ ได้แก่

  1. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
  2. หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
  3. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
  4. หน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
  5. เจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการ

ความหมายของการจัดระเบียบบริหาราชการแผ่นดิน

การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน คือ การจัดโครงสร้างหน่วยงานราชการและองค์กรภาครัฐ

รวมถึงการจัดสรรอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้หน่วยงานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของรัฐ

หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี หมายถึง อะไร

การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี หรือ หลักธรรมาภิบาล good governance  คือ การวางฐานในการ

บริหารราชการแนวใหม่ มีองค์ประกอบพื้นฐาน 6 ประการ ได้แก่

  • หลักนิติธรรม ได้แก่ การตรากฎหมาย กฎ ข้อบังคับต่าง ๆ ให้ทันสมัยและเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคม ไม่เลือกปฏิบัติ และสังคมยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามกฎหมายและกฎข้อบังคับเหล่านั้น โดยถือว่าเป็นการปกครองภายใต้กฎหมาย มิใช่ตามอำเภอใจ หรือตามอำนาจของตัวบุคคล
  • หลักความโปร่งใส ได้แก่ การสร้างความไว้วางใจซึ่งกัน โดยมีการให้และการรับข้อมูลที่สะดวกเป็นจริง ทันการณ์ ตรงไปตรงมา มีที่มาที่ไปที่ชัดเจนและเท่าเทียม มีกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนได้
  • หลักความรับผิดชอบตรวจสอบได้ ได้แก่ ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้เป็นการสร้างกลไกให้มีผู้รับผิดชอบ ตระหนักในหน้าที่ ความสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคม การใส่ใจปัญหาสาธารณะของบ้านเมืองและกระตือรือร้นในการแก้ปัญหา ตลอดจนการเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง และความกล้าที่จะยอมรับผลจากการกระทำของตน
  • หลักความคุ้มค่า ได้แก่  การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัด ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม
  • หลักคุณธรรม ได้แก่ การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม สำนึกในหน้าที่ของตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัย และเคารพในสิทธิของผู้อื่น

วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง คืออะไร

วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง หมายถึง การเตรียมการและการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เพื่อจัดให้มี

คำสั่งทางปกครองหรือกฎและรวมถึงการดำเนินการใด ๆ ในทางปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 โดยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ

  1. ขั้นตอนการเตรียมการและดำเนินการของเจ้าหน้าที่
  2. ขั้นตอนการออกคำสั่งทางปกครองหรือกฎ
  3. การดำเนินการภายหลังการออกคำสั่งทางการปกครอง

หน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

ข้าราชการมีหน้าที่และความรับผิดชอบสำคัญในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งการให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งจำเป็นต้องทำงานร่วมกันหลายฝ่าย ฉะนั้น เพื่อให้ข้าราชการความประพฤติดี สำนึกในหน้าที่ สามารถประสานงานกับทุกฝ่ายตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้าราชการทุกท่านต้องรักษาจรรยาข้าราชการตามที่ส่วนราชการกำหนดไว้ โดยมุ่งประสงค์ให้เป็นข้าราชการที่ดีมีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ ดังนี้

  • การยึดมั่นและยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง ข้าราชการพึงยึดมั่นในระบบคุณธรรม ปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบนโยบายด้วยความถูกต้อง เช่น ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดถือความถูกต้องตามหลักวิชาการกฎหมายกล้าที่จะปฏิเสธต่อข้อเสนอหรือผลประโยชน์ที่ไม่ถูกต้อง และปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ถูกกฎหมาย กฎเกณฑ์ เหตุผลอันชอบธรรม
  • ความซื่อสัตย์สุจริตและความรับผิดชอบ ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบตระหนักและสำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง หน่วยงาน และต่อสังคม
  • การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส เปิดเผยอย่างมีเหตุผลด้วยความบริสุทธิ์ใจ พร้อมรับการตรวจสอบ
  • การปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรม และปราศจากอคติ
  • การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น กระตือรือร้น อย่างเต็มความสามารถเพื่อให้งานสำเร็จสมบูรณ์ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

เจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการ

เจตคติและจริยธรรมสำหรับข้าราชการ เป็นส่วนหนึ่งของหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และเพื่อให้การปฏิบัติราชการและการบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมสำหรับการเป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ 7 ประการ ได้แก่

  1. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศอันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  2. ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดีและความรับผิดชอบต่อหน้าที่
  3. ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม
  4. ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และมีจิตสาธารณะ
  5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
  6. ไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
  7. ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ

ข้าราชการส่วนท้องถิ่น หมายถึง

ข้าราชการท้องถิ่น หมายถึง ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำมาจัดเป็นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

โครงสร้างและบทบาทหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

การปกครองท้องถิ่นของประเทศไทยในปัจจุบัน กฎหมายได้กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป ประกอบด้วย  องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบทั่วไป

1.องค์การบริหารส่วนจังหวัด และอำนาจหน้าที่

องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ได้บัญญัติให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นหน่วยการปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ครอบคลุม เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล

อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ อบจ. ได้แก่ การดูแลในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข การอาชีพ สาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น

  • จัดสร้างระบบสาธารณูปโภคที่เทศบาลและ อบต. ทำไม่ได้ เพราะขาดงบประมาณ เช่น สร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย
  • จัดทำโครงการที่เกี่ยวข้องทั้งเทศบาลและ อบต. เช่น การก่อสร้างถนนสายหลัก
  • การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่น จัดรถบรรทุกน้ำ ช่วยเหลือพื้นที่แห้งแล้ง
  • การใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์ของท้องถิ่น เช่น จัดให้มีสถานที่พักผ่อน สวนสาธารณะ
  • การบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งจารีตประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น

1.เทศบาล และอำนาจหน้าที่

การปกครองรูปแบบเทศบาล เป็นการกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่นดำเนินการปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตย เทศบาลในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ตามจำนวนประชากรและรายได้ของเทศบาลนั้น ๆ ในพระราชบัญญัติเทศบาลพุทธศักราช 2496 ได้กำหนดขนาดเทศบาลไว้ ดังนี้

  • เทศบาลตำบล ได้แก่ ท้องถิ่นซึ่งมีการประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป็นเทศบาลตำบล
  • เทศบาลเมือง ได้แก่ ท้องถิ่นอันเป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดหรือท้องถิ่นชุมนุมชนที่มีราษฎรตั้งแต่ 10,000 คนขึ้นไป ทั้งมีรายได้พอควรแก่การที่จะปฏิบัติหน้าที่อันต้องทำตามพระราชบัญญัติ และซึ่งมีพระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็นเทศบาลเมือง
  • เทศบาลนคร ได้แก่ ท้องถิ่นชุมนุมชนที่มีราษฎรตั้งแต่ 50,000 คนขึ้นไป ทั้งมีรายได้พอควรแก่ การที่จะปฏิบัติหน้าที่อันต้องทำตามพระราชบัญญัติ และซึ่งมีพระราชกฤษฎีกายกฐานะเป็นเทศบาลนคร ภารกิจและอำนาจหน้าที่ของเทศบาล ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 แบ่งเป็น 7 ด้าน ได้แก่
    • ด้านโครงสร้างพื้นฐาน  เช่น การจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบกทางน้ำ และทางระบายน้ำ  ให้มีน้ำสะอาดหรือการประปา ให้มีและบำรุงการไฟหรือแสงสว่าง และอื่น ๆ
    •  ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต เช่น การจัดการศึกษา การสาธารณะสุขและการรักษาพยาบาล การกีฬา และอื่น ๆ
    • ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย เช่น การรักษาความปลอดภัย การรักษาความสะอาด การรักษาความสงบเรียบร้อย การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัด และอื่น ๆ
    • ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชกรรม และการท่องเที่ยว เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน การส่งเสริม และการฝึก การส่งเสริมอาชีพ เป็นต้น
    • ด้านการบริหารจัดการและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดให้มีและบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ การกำจัดขยะมูลฝอย การดูแลที่สาธารณะ และอื่น ๆ
    • ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น บำรุงรักษาศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาอันดีของท้องถิ่น
    • ด้านการบริหารจัดการและสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น จัดให้มีเครื่องใช้ในการดับเพลิง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น ส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน

2.องค์การบริหารส่วนตำบล และอำนาจหน้าที่

องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. มีฐานะเป็นนิติบุคคล และเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 โดยยกฐานะจากสภาตำบลที่มีรายได้โดยไม่รวมเงินอุดหนุนในปีงบประมาณที่ล่วงมาติดต่อกันสามปีเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าปีละหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท

            อำนาจหน้าที่ของ อบต.ตามแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดให้ อบต.มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง ดังนี้

  • การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง
  • การจัดให้มี และบำรุงรักษาทางบกทางน้ำ และทางระบายน้ำ
  • การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้าม และที่จอดรถ
  • การสาธารณูปโภค และการก่อสร้างอื่น ๆ
  • การสาธารณูปการ
  • การส่งเสริม การฝึก และการประกอบอาชีพ
  • คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
  • การส่งเสริมการท่องเที่ยว
  • การจัดการศึกษา
  • การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส
  • การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
  • การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัด และการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
  • การจัดให้มี และบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
  • การส่งเสริมกีฬา
  • การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน
  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น
  • การรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง
  • การกำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสีย
  • การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล
  • การจัดให้มี และควบคุมสุสาน และฌาปนสถาน
  • การควบคุมการเลี้ยงสัตว์
  • การจัดให้มี และควบคุมการฆ่าสัตว์
  • การรักษาความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการอนามัย โรงมหรสพ และสาธารณสถานอื่น ๆ
  • การจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • การผังเมือง
  • การขนส่ง และการวิศวกรรมจราจร
  • การดูแลรักษาที่สาธารณะ
  • การควบคุมอาคาร
  • การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • การรักษาความสงบเรียบร้อย การส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน
  • กิจอื่นใด ที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ

1.กรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานคร เป็นการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 โดยแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 50 เขต มีสำนักงานใหญ่ 2 แห่ง เรียกว่า ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 1 เสาชิงช้า ถนนดินสอ เขตพระนคร และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง

บทบาทหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ (กรุงเทพมหานคร) ได้แก่ มีหน้าที่จัดบริการสาธารณะให้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต ได้แก่ อำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ตัวอย่างเช่น

  • การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
  • การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง
  • การควบคุมอาคาร การส่งเสริมการประกอบอาชีพ
  • การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
  • การจัดให้มีและบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ การส่งเสริมการกีฬา
  • การพัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การสาธารณูปโภค
  • การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล
  • การควบคุมความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและการอนามัยในโรงมหรสพ และสาธารณสถานอื่น ๆการจัดการศึกษา
  • การส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดการศึกษา
  • การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรีคนชรา และผู้ด้อยโอกาส
  • การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
  • การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน
  • และอื่น ๆ

2.เมืองพัทยา

เมืองพัทยา เป็นการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2521 ซึ่งต่อมาได้มีการยกเลิกแล้วใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 แทน

อำนาจหน้าที่ของเมืองพัทยา ตามมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2521 ได้กำหนดให้เมืองพัทยามีอำนาจหน้าที่ดำเนินการในเรื่องดังต่อไปนี้

  • การรักษาความสงบเรียบร้อย
  • การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
  • การวางผังเมืองและการควบคุมการก่อสร้าง
  • การจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและการปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรม
  • การรักษาความสะอาดของถนน ทางเดิน และที่สาธารณะ
  • การกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
  • การจัดให้มีน้ำสะอาดหรือการประปา
  • การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ และที่จอดรถ
  • การควบคุมอนามัยในร้านจำหน่ายอาหาร โรงมหรสพ และสถานบริการอื่น
  • การควบคุมและส่งเสริมกิจการท่องเที่ยว
  • หน้าที่อื่นตามที่กฎหมายระบุเป็นหน้าที่ของเทศบาลนคร หรือของเมืองพัทยา

สรุป

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือหน่วยงานที่มีฐานะเป็นตัวแทนของประชาชนในท้องถิ่นที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนในพื้นที่ หัวใจและความสำคัญของการบริหารก็คือการมีส่วนร่วมของประชาชน รัฐธรรมนูญจึงได้กำหนดให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมทางการเมืองผ่านทางองค์กรกระจายอำนาจการปกครอง ที่เรียกว่า “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ซึ่งประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถือเป็นหน่วยการปกครองระดับรากหญ้าที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับประชาชนในท้องถิ่นโดยตรง นอกจากการมีส่วนร่วมของประชาชนจะมีความสำคัญต่อการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ข้าราชการส่วนท้องถิ่นคือผู้ที่มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการตามนโยบายและแผนงาน จึงต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายและโครงสร้างรวมทั้งบทบาทหน้าที่ขององค์กรส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างดี ดังนั้นแนวข้อสอบ ก.พ. 63 จึงได้ที่มีการเพิ่มวิชากฎหมายเข้ามา ซึ่งนอกจากการอ่านจะเป็นประโยชน์ต่อการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไปหรือภาค ก. ยังเป็นแนวข้อสอบ ก.พ. ท้องถิ่น ที่สามารถนำไปใช้ในการสอบท้องถิ่นหรือสอบบรรจุรับราชการในตำแหน่งต่าง ๆ ได้อีกด้วย