ระเบียบข้าราชการพลเรือนและโทษทางวินัย

1065
ระเบียบข้าราชการพลเรือนและโทษทางวินัย
ระเบียบข้าราชการพลเรือนและโทษทางวินัย

การสอบ ก.พ. ภาค ก. ที่ใช้ แนวข้อสอบเกี่ยวกับความรู้ทั่วไป เพื่อวัดความรู้พื้นฐาน นอกจากเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ความสามารถหรือผู้สมัครสอบ ก.พ. มีโอกาสเลือกงานและส่วนราชการมีโอกาสเลือกคน ด้วยวิธีการสรรหาและเลือกสรรบุคคลที่โปร่งใสยุติธรรมทุกขั้นตอนตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

ระเบียบข้าราชการพลเรือนและโทษทางวินัย

สำหรับตัวผู้สมัครสอบ การเตรียมความพร้อมที่ดี ควรมีความรู้เกี่ยวกับระเบียบข้าราชการพลเรือนและโทษทางวินัย ซึ่งนอกจากเป็นความรู้ในการสอบแล้วยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสในการเป็นข้าราชการที่ดีในอนาคต ส่วนวินัย การรักษาวินัย และบทลงโทษทางวินัยในระบบราชการ มีดังนี้

1.ข้อปฏิบัติของข้าราชการพลเรือนสามัญ (มาตรา 82)

ผู้สมัครสอบ ก.พ. เมื่อสอบผ่านภาค ก.หรือผ่านข้อสอบความรู้ทั่วไป ผ่านการสอบภาค ข ซึ่งเป็นการทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยการสอบข้อเขียน การสอบปฏิบัติหรืออื่น ๆ จนสามารถผ่านไปถึงการสอบภาค ค.โดยวิธีการสัมภาษณ์หรือวิธีอื่นเพื่อประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง และได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตามขั้นตอน เมื่อบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ต้องกระทำการอันเป็นข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้

  • ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม
  • ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ
  • ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ ด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ เอาใจใส่ และรักษาประโยชน์ของทางราชการ
  • ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบ ด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง แต่ถ้าเห็นว่าการปฏิบัติ ตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือจะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ จะต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันทีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนคำสั่งนั้น และเมื่อได้เสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่งเดิม ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม
  • ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้
  • ต้องรักษาความลับของทางราชการ
  • ต้องสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคีและต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการด้วยกันและผู้ร่วมปฏิบัติราชการ
  • ต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรม และให้การสงเคราะห์ แก่ประชาชนผู้ติดต่อราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตน
  • ต้องวางตนเป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน กับจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ ว่าด้วยมารยาททางการเมืองของข้าราชการด้วย
  • ต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย
  • กระทำการอื่นใดตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.

การรักษาวินัยของข้าราชการพลเรือนสามัญ (มาตรา 83)

ผู้สมัครสอบ เมื่อสอบผ่านข้อสอบ ก.พ. ทุกขั้นตอนและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญแล้ว ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องรักษาวินัยของข้าราชการพลเรือนสามัญหรือไม่กระทำการใดอันเป็นข้อห้าม ดังต่อไปนี้

  • ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดยปกปิดข้อความ ซึ่งควรต้องแจ้ง ถือว่าเป็นการรายงานเท็จด้วย
  • ต้องไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทำหรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษชั่วครั้งคราว
  • ต้องไม่อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน หาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น
  • ต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ
  • ต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน
  • ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นใด ที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
  • ต้องไม่กระทำการอย่างใดที่เป็นการกลั่นแกล้ง กดขี่ หรือข่มเหงกัน ในการปฏิบัติราชการ
  • ต้องไม่กระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
  • ต้องไม่ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงประชาชนผู้ติดต่อราชการ
  • ไม่กระทำการอื่นใดตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.

การกระทำความผิด และลักษณะความผิดวินัย อย่างร้ายแรง (มาตรา 84)

การบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยผ่านการสอบก.พ. ภาค ก.ข้อสอบความรู้ทั่วไป และการสอบภาค ข และ ค ตามลำดับ เมื่อได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ นอกจากจะต้องรักษาวินัยอย่างเคร่งครัดแล้ว ต้องไม่กระทำการใดอันเป็นข้อห้าม หรือมีลักษณะความผิดวินัย อย่างร้ายแรง ดังต่อไปนี้

  • ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต
  • ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
  • ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกินสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ของทางราชการ
  • กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ ข่มเหง หรือทำร้ายประชาชนผู้ติดต่อราชการอย่างร้ายแรง
  • กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกหรือให้รับโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
  • ละเว้นการกระทำหรือกระทำการใดๆ อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 82 หรือฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 83 อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง
  • ละเว้นการกระทำหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนข้อห้าม ที่มีกฎ ก.พ. กำหนดให้เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

โทษทางวินัยของข้าราชการ

เมื่อได้รับการบรรจุเข้ารับราชการหลังจากสอบผ่านข้อสอบ ก.พ. เริ่มจากภาค ก. ภาค ข และภาค ค.ตามลำดับ จะต้องรับทราบวินัย การรักษาวินัย และบทลงโทษทางวินัยในระบบราชการ ซึ่งบทลงโทษทางวินัย มีอยู่ 5 สถาน สำหรับการกระทำผิดวินัย ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยจะต้องได้รับโทษ ทางวินัย เว้นแต่มีเหตุอันควรงดโทษตามที่บัญญัติไว้ โดยให้ทำเป็นคำสั่ง ผู้สั่งลงโทษต้องสั่งลงโทษให้เหมาะสมกับความผิดและต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรมและโดยปราศจากอคติ ดังนี้

  • ภาคทัณฑ์
  • ตัดเงินเดือน
  • ลดเงินเดือน
  • ปลดออก
  • ไล่ออก

สำหรับการพิจารณาโทษ   ความผิดไม่ร้ายแรงมีโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน และลดขั้นเงินเดือน กฎหมายไม่บังคับให้ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวน ผู้บังคับบัญชาลงโทษได้เอง เพียงให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงแก้ข้อหาก็ลงโทษได้

ในส่วนความผิดร้ายแรง ปลดออก ไล่ออก วิธีพิจารณา ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวน เสนอ อ.ก.ค. กรม พิจารณามีมติให้ลงโทษเสียก่อน ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งลงโทษได้ ข้อยกเว้นที่ไม่ต้องสอบสวน ให้ถ้อยคำรับสารภาพเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาจึงสั่งลงโทษหรือต่อคณะกรรมการสอบสวน

หลักการพิจารณาความผิด

การพิจารณาความผิดของข้าราชการพลเรือนสามัญ เพื่อใช้กำหนดบทลงโทษ มีหลักในการพิจารณาความผิด ดังนี้

  1. นำพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาที่ปรากฏในเอกสารสืบสวน สอบสวน มาพิจารณาว่าเป็น
  2. พฤติกรรมที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยวินัยหรือไม่
  3. หากพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา ฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วย มาตราใดฐานใดก็ถือว่าผู้ถูกกล่าวหามีลักษณะการกระทำผิดนัยมาตรานั้น ฐานนั้น
  4. หากพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยวินัย ก็ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำผิดวินัย

การกำหนดโทษความผิด

การกำหนดโทษความผิดทางวินัยของข้าราชชการพลเรือน มีวิธีการพิจารณา ดังนี้

  1. ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง จะลงโทษต่ำกว่าให้ออกราชการไม่ได้
  2. ความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ระดับโทษไม่เกินลดขั้นเงินเดือน
  3. ความผิดเล็กน้อย ลงโทษภาคทัณฑ์
  4. ความผิดเล็กน้อย และเป็นความผิดครั้งแรก ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีเหตุอันควรลงโทษจะงดโทษ โดยว่ากล่าวตักเตือน หรือให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือไว้ก่อนก็ได้

การรับราชการเป็นอาชีพที่ต้องมีการสอบแข่งขัน โดยเฉพาะการสอบ ก.พ. ข้อสอบความรู้ทั่วไปนอกจากเป็นสอบเพื่อเพื่อวัดความรู้พื้นฐาน ก่อนสอบในภาค ข และ ค เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณสมัติตรงตามตำแหน่งที่ต้องการ ความรู้เกี่ยวกับระเบียบข้าราชการพลเรือนและโทษทางวินัย ก็เป็นความรู้ที่ผู้สมัครสอบ ก.พ ควรศึกษาไว้เป็นความรู้