หลักคุณธรรม จริยธรรม ในการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการท้องถิ่นที่ดี

170
หลักคุณธรรม จริยธรรม ในการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการท้องถิ่นที่ดี
หลักคุณธรรม จริยธรรม ในการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการท้องถิ่นที่ดี

หลักคุณธรรมและจริยธรรม เป็นค่านิยมพื้นฐานสำหรับการยึดถือและประพฤติปฏิบัติ เพื่อการอยู่ร่วมกันของสังคม การปฏิบัติราชการก็เช่นเดียวกันที่จะต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานเพื่อการเป็นข้าราชการที่ดี เส้นทางการสอบบรรจุรับราชการโดยเฉพาะการสอบ ก.พ. ภาค ก.หรือการสอบ ก.พ. กับ ท้องถิ่น คือสนามสอบที่มีการเปิดสอบเป็นประจำทุกปี การเตรียมตัวสอบอาจมุ่งเน้นไปที่ทักษะความรู้ความสามารถทั่วไป หรือความรู้ทางวิชาการตามสาขาวิชาที่เปิดสอบอาจะจะใช้แนวข้อสอบ หรือหนังสือวิชาการด้านต่างๆช่วย และเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับราชการ ก.พ. ออนไลน์ มีหลักคุณธรรม จริยธรรม ในการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการท้องถิ่นที่ดีมาแนะนำเป็นความรู้

ความหมายของคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการท้องถิ่น

สำหรับความหมายของคำว่า คุณธรรม และ จริยธรรม มีนักวิชาการได้ให้นิยามความหมายทั้ง 2 ประโยคนี้ไว้หลากหลาย ก.พ. ออนไลน์ ขอยกตัวอย่างความหมายของ คุณธรรม และจริยธรรม จากผลงานการวิจัยต่าง ๆ ดังนี้

ความหมายของคุณธรรม

คุณธรรม หมายถึง สภาวะที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น ความดีงามทั้งหลาย อันเกิดจากการเป็นผู้มีธรรม มีศีลธรรมประจำใจ มีสภาวะจิตใจที่เหนี่ยวรั้งไว้มิให้ทำชั่ว (ปราชญา กล้าผจญ .2544, หน้า 312)
คุณธรรม หมายถึง คุณลักษณะหรือสภาวะภายในจิตใจของมนุษย์ที่เป็นไปในทางที่ถูกต้อง ดีงาม ซึ่งเป็นภาวะนามธรรมอยู่ในจิตใจ (รองศาสตราจารย์ ดร. ทิศนา แขมมณี .2546, หน้า 4)
คุณธรรม หมายถึง ความเชื่อของบุคคลส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่ดีงามที่จะส่งผลให้เกิดการกระทำที่เป็นประโยชน์และความดีที่แท้จริงต่อสังคม (สาโรช บัวศรี, 2545, หน้า 2)
สรุป ความหมายของคำว่า คุณธรรม จึงหมายถึง ลักษณะของความรู้สึกนึกคิดทางจิตใจ เป็นสภาพคุณงามความดีที่สั่งสมอยู่ในจิตใจของมนุษย์เป็นเวลายาวนาน เป็นตัวกระตุ้นให้มีการประพฤติอยู่ในกรอบที่ดีงาม คุณธรรมเป็นสิ่งที่ดีงามทางจิตใจ

ความหมายของจริยธรรม

พจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตสถาน (2530, หน้า 51) ได้ให้ความหมายไว้ว่า จริยธรรม คือธรรมที่เป็นข้อพึงปฏิบัติที่ตั้งอยู่ในคุณงามความดี
จริยธรรม หมายถึง พฤติกรรมที่เป็นรูปแบบของการปฏิบัติตน การดำเนินตนที่มีความเหมาะสมแก่ ภาวะฐานะ กาลเทศะ และเหตุการณ์ในปัจจุบัน (พระธรรมญาณมุนี .2531, หน้า 103)
จริยธรรม หมายถึง แนวทางของการประพฤติตนให้เป็นคนดี เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และส่วนรวม สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดควรละเว้น อะไรควรประพฤติปฏิบัติ (ชัยพร วงศ์วรรณ .2538, หน้า 27) ได้
สรุป จริยธรรมตามที่มีผู้ให้ความหมายไว้หลากหลาย หมายถึง แนวทางของการประพฤติหรือข้อปฏิบัติตนเป็นคนดี ตามลักษณะทางขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของสังคมนั้น ๆ เห็นว่าถูกต้องและต้องการให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อตนเองและส่วนรวม

ความสำคัญของหลักคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการที่ดี

จากความหมายของคำว่า คุณธรรมและจริยธรรม จะเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการท้องถิ่น โดยการนำหลักคุณธรรมและจริยธรรมมาเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ นอกจากส่งเสริมให้ข้าราชเป็นบุคคลที่มีคุณค่า ปฏิบัติตนเป็นข้าราชการที่ดี สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดควรละเว้น หลักคุณธรรมจริยธรรมยังมีความสำคัญต่อองค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้

  1. หลักคุณธรรมจริยธรรม ถือเป็นเครื่องมือกับกำความประพฤติของข้าราชการ มีมาตรฐานในการปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ชัดเจนและเป็นสากล
  2. ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในระดับองค์กรและตัวบุคคล นอกจากนั้นหลักคุณธรรมและจริยธรรม ยังเป็นเครื่องมือตรวจสอบการทำงานด้านต่าง ๆ ขององค์กรส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ อีกด้วย
  3. หลักคุณธรรมจริยธรรม ทำให้เกิดรูปแบบองค์กรอันเป็นที่ยอมรับ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับหน่วยงานหรือองค์กร ทำให้ผู้มารับบริการหรือประชาชนรวมทั้งผู้มีส่วนใด้เส่วนเสียเกิดความมั่นใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการ
  4. หลักคุณธรรมและจริยธรรมทำให้เกิดพันธะผูกพันระหว่างองค์กรและข้าราชการในทุกระดับโดยให้ฝ่ายบริหารใช้อำนาจในขอบเขตสร้างระบบความรับผิดชอบของข้าราชการต่อตนเอง ต่อองค์กร ต่อผู้บังคับบัญชา ต่อประชาชน และต่อสังคม ตามลำดับ
  5. หลักคุณธรรมจริยธรรมภายในองค์กร ช่วยป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบและความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน
  6. คุณธรรมจริยธรรมภายในองค์กรถือเป็นค่านิยมร่วม สำหรับองค์กรและข้าราชการทุกคนพึงยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติควบคู่ไปกับระเบียบ และกฎข้อบังคับอื่น ๆ

มาตรฐานจริยธรรมสำหรับการเป็นข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดี

การสอบบรรจุเพื่อรับราชการ ทั้งการสอบ ก.พ. ภาค ก. หรือสอบท้องถิ่นเพื่อรับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ ข้าราชการท้องถิ่นที่ดีมีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวม อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาล โดยจะต้องยึดมั่นในหลัก 10 ประการ ดังนี้

  1. การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  2. การยึดมั่นในคุณธรรมและจริยธรรม
  3. การมีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบ
  4. การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
  5. การยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และถูกกฎหมาย
  6. การให้บริการแก่ประชาชนด้วยความรวดเร็ว มีอัธยาศัย และไม่เลือกปฏิบัติ
  7. การให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
  8. การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษามาตรฐาน มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้
  9. การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  10. การยึดมั่นในหลักจรรยาวิชาชีพขององค์กร

ข้าราชการท้องถิ่นต้องมีจิตสำนึกและมีความรับผิดขอบต่อหน้าที่ตามหลักคุณธรรมและจริยธรรม

  1. ข้าราชการท้องถิ่นที่ดี ต้องอุทิศตนให้กับการปฏิบัติงานในหน้าที่ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง
  2. ละเว้นการกระทำที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตำแหน่งหน้าที่ของตน หรือของข้าราชการอื่น
  3. ใช้ดุลพินิจตัดสินโดยปราศจากอคติส่วนตัว แต่พิจารณาไปตามข้อมูลหลักฐานและความเหมาะสมของแต่ละกรณี
  4. เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ ต้องรีบแก้ไขและแจ้งให้หัวหน้าส่วนราชการทราบ
  5. ไม่ขัดขวางการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย หรือประชาโดยให้ข้อมูลที่เป็นจริงและครบถ้วน เมื่อได้รับการร้องขอในการตรวจสอบ
  6. ไม่สั่งราชการด้วยวาจา กรณีสี่งราชการด้วยวาจาให้ผู้ใต้บังคับบัญชาบันทึกเรื่องเป็นลาบลักษณ์อักษรตามคำสั่ง เพื่อให้ผู้สั่งพิจารณาสั่งการต่อไป

ข้าราชการท้องถิ่นที่ดีต้องแยกเรื่องส่วนตัวออกจากตำแหน่งหน้าที่

  1. ข้าราชการท้องถิ่นที่ดี ต้องไม่นำความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ตนมีต่อบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นญาติพี่ น้อง พรรคพวกเพื่อนฝูงหรือผู้มีบุญคุณส่วนตัว มาประกอบการใช้ดุลพินิจให้เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลนั้น หรือปฏิบัติต่อบุคคลนั้นต่างจากบุคคลอื่นเพราะชอบหรือชัง
  2. ข้าราชการที่ดีต้องไม่ใช้เวลาราชการ เงิน ทรัพย์สิน บุคลากร บริการ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของทางราชการไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของตนเองหรือผู้อื่น เว้นแต่ได้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย
  3. ข้าราชการที่ดีต้องไม่กระทำการใด หรือดำรงตำแหน่ง หรือปฏิบัติการใดในฐานะส่วนตัว ซึ่งก่อให้เกิดความเคลือบแคลงหรือสงสัยว่าจะขัดกับประโยชน์ส่วนรวมที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน้าที่ในกรณีมีความเคลือบแคลงหรือสงสัย ให้ข้าราชการผู้นั้นยุติการกระทำดังกล่าวไว้ก่อนแล้วแจ้งให้ผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการจริยธรรมพิจารณา เมื่อคณะกรรมการจริยธรรมวินิจฉัยเป็นประการใดแล้วจึงปฏิบัติตามนั้น
  4. ในการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบในหน่วยงานโดยตรงหรือหน้าที่อื่นในราชการรัฐวิสาหกิจองค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการต้องยึดถือประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก ในกรณีที่มีความขัดแย้งระหว่างประโยชน์ของทางราชการ หรือประโยชน์ส่วนรวมกับประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนกลุ่ม อันจำเป็นต้องวินิจฉัยหรือชี้ขาด ต้องยึดประโยชน์ของทางราชการและประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ

ข้าราชการท้องถิ่นที่ดี ต้องละเว้นจากการแสวงประโยชน์ที่มิชอบโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่

  1. ข้าราชการที่ดีต้องไม่เรียกรับหรือยอมจะรับของขวัญ เว้นแต่เป็นการให้โดยธรรมจรรยาหรือเป็นการให้ตามประเพณีหรือให้แก่บุคคลทั่วไป
  2. ข้าราชการท้องถิ่นที่ดีต้องไม่ใช้ตำแหน่ง หรือกระทำการที่เป็นคุณ หรือเป็นโทษแก่บุคคลใดเพราะมีอคติ
  3. ไม่เสนอ หรืออนุมัติโครงการซึ่งตนเองหรือบุคคลอื่นจะได้ประโยชน์อันมิควรได้

ข้าราชการต้องเคารพ และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

  1. ข้าราชการที่ดี ต้องไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ ข้อบังคับหรือมติคณะรัฐมนตรีที่ชอบด้วยกฎหมายในกรณีมีข้อสงสัย หรือมีข้อทักท้วงว่าการกระทำไม่ชอบ ต้องแจ้งให้หัวหน้าส่วนราชการและคณะกรรมการจริยธรรมพิจารณา และจะดำเนินการต่อไปได้ต่อเมื่อได้ข้อยุติจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่แล้ว
  2. ในกรณีที่เห็นว่าคำาสั่งผู้บังคับบัญชา หรือการดำเนินการใดที่ตนมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ต้องทักท้วงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้
  3. ในกรณีที่เห็นว่ามติคณะรัฐมนตรีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องทำเรื่องเสนอให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณา และส่งเรื่องให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการให้ได้ข้อยุติทางกฎหมายต่อไป
  4. ไม่เลี่ยงกฎหมาย ใช้หรือแนะนำให้ใช้ช่องว่างของกฎหมายเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น
  5. ข้าราชการที่ดี ต้องไม่ยอมให้บุคคลอื่นอาศัยชื่อตนเองถือครองทรัพย์สิน สิทธิ หรือประโยชน์อื่นใดแทนบุคคลอื่นอันเป็นการเลี่ยงกฎหมาย
  6. เทื่อทราบว่ามีการละเมิดกฎหมายในส่วนราชการของตน หัวหน้าส่วนราชการต้องดำเนินการที่จำเป็น เพื่อให้เกิดการเคารพกฎหมายขึ้นโดยเร็ว
  7. เมื่อได้รับคำร้อง หรือคำแนะนำจากผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือหน่วยงานอื่นว่ากฎหมาย กฎ หรือ ข้อบังคับ สร้างภาระเกินสมควรแก่ประชาชน หรือสร้างความไม่เป็นธรรม ต้องดำเนินการทบทวนกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับดังกล่าวโดยเร็ว

ข้าราชการท้องถิ่นที่ดีต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม

  1. ข้าราชการที่ดีต้องปฏิบัติหน้าที่ีให้ลุล่วง โดยไม่หลีกเลี่ยง ละเลย หรือละเว้นการใช้อำนาจเกินกว่าที่มีอยู่ตามกฎหมาย
  2. ข้าราชการที่ดีต้องปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความความเป็นมนุษย์และสิทธิเสรีภาพของบุคคล
  3. ข้าราชการที่ดีต้องให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนโดยมีอัธยาศัยที่ดีปราศจากอคติและไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลผู้มาติดต่อ
  4. ข้าราชการที่ดี ต้องละเว้นการให้สัมภาษณ์ การอภิปราย การแสดงปาฐกถา การบรรยาย หรือการวิพากษ์วิจารณ์อันกระทบต่อความเป็นกลางทางการเมือง
  5. ไม่เอื้อประโยชน์เป็นพิเศษให้แก่ญาติพี่น้อง พรรคพวก และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ
  6. เที่ยวธรรมไม่เห็นแก่หน้าผู้ใด
  7. ข้าราชการที่ดีต้องไม่ลอกหรือนำผลงานของผู้อื่นมาใช้เป็นของตนเองโดยมิได้ระบุแหล่งที่มา

ข้าราชการที่ดีต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของทางราชการอย่างเคร่งครัด

  1. ข้าราชการที่ดีคต้องไม่ใช้ข้อมูลที่ี่ได้มาจากการดำเนินงานไปเพื่อการอื่น อันไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือบุคคลอื่น
  2. ข้าราชการที่ดีต้องชี้แจง แสดงเหตุผลที่แท้จริงอย่างครบถ้วนในกรณีที่กระทำการอันกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพบุคคลอื่น ทั้งนี้ต้องดำเนินการภายในสิบห้าวันทำการ นับแต่กระทำการดังกล่าวหรือได้รับการร้องขอ

ข้าราชการที่ดีต้องมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน รักษาคุณภาพ และมาตรฐานแห่งวิชาชีพโดยเคร่งครัด

  1. ข้าราชการที่ดีต้องปฏิบัติงานโดยมุ่งให้เกิดผลดีที่สุดจนเต็มกำลังความสามารถ
  2. ข้าราชการที่ดีต้องใช้งบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิประโยชน์ที่ทางราชการจัดให้ด้วยความประหยัดคุ้มค่า
  3. ข้าราชการที่ดีต้องใช้ความรู้ความสามารถ ตามคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพโดยเคร่งครัด

ข้าราชการที่ดีต้องยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

  1. ข้าราชการที่ดีต้องไม่แสดงการต่อต้านการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  2. จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และไม่ละเมิดองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินีและพระรัชทายาทไม่ว่าทางกาย หรือทางวาจา

ข้าราชการที่ดีต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงตน รักษาชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของราชการโดยรวม

  1. ข้าราชการที่ดีต้องไม่ละเมิดหลักสำคัญทางศีลธรรม ศาสนา และประเพณีกรณีที่มีข้อขัดแย้งระหว่างประมวลจริยธรรมนี้กับหลักสำคัญทางศีลธรรม ศาสนา หรือประเพณีข้าราชการต้องเสนอเรื่องให้คณะกรรมการจริยธรรมพิจารณาวินิจฉัย
  2. หัวหน้าส่วนราชการและผู้บังคับบัญชาส่วนราชการทุกระดับชั้นต้องปกครองผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาด้วยความเที่ยงธรรม และควบคุมให้ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมโดยเคร่งครัด
  3. หัวหน้าส่วนราชการและผู้บังคับบัญชาในส่วนราชการ ต้องสนับสนุนส่งเสริมและยกย่องผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาที่มีความซื่อสัตย์มีผลงานดีเด่น และยึดมั่นในระบบคุณธรรม
  4. ข้าราชการที่ดีต้องไม่กระทำการใดอันอาจนำความเสื่อมเสียและไม่ไว้วางใจให้เกิดแก่ส่วนราชการหรือราชการโดยรวม

ความซื่อสัตย์สุจริต ต่อการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการที่ดี

ความซื่อสัตย์สุจริต คือคุณสมบัติสำคัญของการเป็นข้าราชการที่ดี และเป็นคุณธรรมอันสำคัญที่สุด เพราะเมื่อมีความซื่อสัตย์สุจริต จะประกอบกิจการงานใดก็มีแต่ความเจริญก้าวหน้า หากประกอบอาชีพรับราชการ ก็เป็นบุคลากรที่ดีขององค์กร เป็นที่ชื่นชมเชื่อมั่นจากประชาชนและผู้มารับบริการ รวมทั้งมีความเจริญก้าวหน้าในงานที่ทำอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นข้าราชการที่ดี จำเป็นที่จะต้องรู้ความหมายและความสำคัญของความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเข้าใจ เพื่อที่จะได้นำไปเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

ความหมายของความซื่อสัตย์สุจริต

ตามความหมายของราชบัณฑิตยสถาน ความซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง ประพฤติตรง ไม่เอนเอียง จริงใจ ไม่คิดคดทรยศ ไม่คดโกง หลอกลวง
ความซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงถึงการยึดมั่นความจริง ความถูกต้อง ดีงาม เป็นหลักในการดำเนินชีวิตทั้งทางกาย วาจา และใจ มีความจริงใจ ไม่บิดเบือนข้อมูล รู้จักรักษาความลับหลีกเลี่ยงการหาผลประโยชน์ทับซ้อน มีความเกรงกลัวและละอายต่อการทาชั่ว (นงลักษณ์ วิรัชชัย และคณะ .2551, หน้า 38)
ความซื่อสัตย์ หมายถึง การประพฤติอย่างเหมาะสมและตรงกับความเป็นจริง ประพฤติอย่างตรงไปตรงมาต่อตนเอง บุคคล หน้าที่ หรือส่วนรวม (สามารถ กลางบุญเรือน .2547, หน้า 4)
จากความหมายของความซื่อสัตย์สุจริต ที่มีผู้ให้นิยามไว้หลากหลาย สรุปได้ว่า ซื่อสัตย์สุจริต หมายถึง การประพฤติปฏิบัติตนตามความเป็นจริงทั้งต่อตนเองและผู้อื่น โดยมีพฤติกรรมการแสดงออก ดังนี้ ไม่สับปลับกลับกลอก พูดความจริง ไม่คดโกง และไม่หลอกลวง ความประพฤติตรง ไม่เอนเอียง ไม่คดโกง มีความขยันมั่นเพียร

ความสำคัญของการซื่อสัตย์สุจริตต่ออาชีพรับราชการ

  1. ความซื่อสัตย์สุจริตต่ออาชีพ ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้บุคคลมีชีวิตที่ดีทั้งกายและใจ เป็น บุคคลที่ได้รับการยอมรับขององค์กรและสังคม
  2. ความซื่อสัตย์สุจริต เป็นคุณธรรมที่ช่วยให้บุคคลรู้จักตนเอง สำนึกในหน้าที่ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและส่วนรวม
  3. ความซื่อสัตย์สุจริต ช่วยให้บุคคลรู้จักใช้สติปัญญาแก้ปัญหา ไม่งมงายลุ่มหลง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยสติปัญญา
  4. ความซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บุคคลได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่น ได้รับมอบหมายงานที่สำคัญหรือเป็นความลับของส่วนรวม
  5. ความซื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่รับราชการ ทำให้บุคคลเป็นผู้มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการยอมรับและการกล่าวถึงในทางที่ดีจากบุคคลรอบข้าง
  6. ความซื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่รับราชการ ช่วยเสริมบุคลิกภาพ ทำให้มีบุคคลมีความสมบูรณ์ในความคิด และการกระทำเพราะไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างความคิด คำพูด และการกระทำ
  7. ความซื่อสัตย์สุจริต คือคุณธรรมที่ช่วยให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างมีระบบ ระเบียบ และปลอดภัย
  8. ความซื่อสัตย์สุจริต คือหลักปฏิบัติเพื่อให้บุคคลมีเครื่องยึดเหนี่ยว ป้องกันการเบียดเบียน เอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน
  9. ความซื่อสัตย์สุจริต คือหลักธรรมที่เสริมสร้างสันติภาพ ทำให้ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นเป็นไปอย่างราบรื่น เกิดความสุขสงบในสังคม
  10. ความซื่อสัตย์สุจริตในอาชีพรับราชการ ช่วยเสริมความมั่นคงแก่องค์กร และแก่สังคมส่วนรวม

สรุป ความสำคญของการซื่อสัตย์สุจริตต่ออาชีพรับราชการ นอกจากสร้างความมั่นคงในอาชีพแล้ว การมีความซื่อตรง มีความซื่อสัตย์ มีความจริงใจต่อผู้อื่นยังทำให้บุคคลนั้นเป็นคนที่มีเกียรติ ผู้อื่นให้ความเคารพและให้การยกย่องว่าเป็นคนดี ความซื่อสัตย์สุจริตในอาชีพรับราชการที่แสดงออกทั้งกาย วาจา ใจ เป็นสิ่งประเสริฐ

คุณลักษณะของผู้ที่เตรียมความพร้อมเพื่อการเป็นข้าราชการที่ดี

สำหรับผู้ที่สมัครสอบ ก.พ. ภาค ก หรือสอบท้องถิ่น เพื่อสอบคัดเลือกหรือสอบแข่งขันบรรจุรับราชการ นอกจากการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมความรู้แล้ว ผู้ที่พร้อมจะเป็นข้าชการที่ดียังต้องใฝ่เรียนรู้และสร้างสรรค์ โดยควรมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้

  1. ผู้ที่มีความพร้อมในการเป็นข้าราชการที่ดี ควรมีความชอบ ความชื่นชมและการเห็นคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ
  2. มีความใฝ่ฝันและจินตนาการ มีการแสวงหาแนวทางใหม่
  3. มีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น
  4. มีความตั้งใจ การเอาใจใส่ทำให้ดีกว่าเดิมอยู่เสมอ
  5. มีความกล้า กล้าคิด มีการคิดริเริ่มและการตัดสินใจที่เด็ดขาดชัดเจน
  6. มีความเพียรพยายาม มุ่งมั่น บากบั่น มีความสงบ มีสมาธิ ในการทำสิ่งต่าง ๆ ไม่ย่อท้อ

ทัศนคติที่ดีต่ออาชีพรับราชการ

ข้าราชการ เป็นอาชีพที่มีเกียรติและมีความมั่นคงในชีวิตการทำงาน ทำให้ในแต่ละปีมีผู้สมัครสอบ ก.พ. ภาค ก. ซึ่งถือเป็นเส้นทางสู่อาชีพรับราชการที่เปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความรู้ความสามารถในแต่ละสาขาวิชาชีพมีโอกาสรับราชการ เป็นจำนวนมากทุกปี ในการเป็นข้าราชการที่ดีได้นั้นต้องมีทัศนคติหรือแนวคิดที่ดีและถูกต้อง ดังนี้

  1. มีความรู้สึกพึงพอใจ รู้สึกเป็นสุขและเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานรับราชการอย่างเต็มความสามารถ
  2. รักที่จะทำงานเพื่อประชาชนด้วยความซื้อสัตย์สุจริต
  3. ต้องการทำงานโดยมีการสร้างศักยภาพและขีดความขีดสามารถอย่างต่อเนื่อง
  4. ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ
  5. ต้องการให้สังคมโปร่งใสเกิดความเป็นธรรมอย่างมีส่วนร่วม
  6. ต้องการให้งานของเรานั้นมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ผลสัมฤทธิ์ของงานนั้นต้องมีคุณค่า

สรุป

หลักคุณธรรม จริยธรรม ในการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการท้องถิ่นหมายถึง หลักการหรือแนวทางปฏิบัติที่ องค์กรประมวลขึ้นให้สมาชิกใช้ยึดถือปฏิบัติ เพื่อเป็นเครื่องกำกับความประพฤติของคนในองค์กรหรืออาชีพ เดียวกันให้อยู่ในความถูกต้องดีงาม การรับราชการและเป็นข้าราชการท้องถิ่นที่ดี จึงนอกจากจะต้องประพฤติปฏิบัติตามหลักคุณธรรมจริยธรรม ตามที่องค์กรนำมากำหนดกรอบเพื่อเป็นแนวทางให้ข้าราชการยึดถือปฏิบัติแล้ว ตัวบุคคลที่สมัครสอบ ก.พ. ภาค ก หรือสอบ ก.พ. กับท้องถิ่นยังต้องมีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพรับราชการเพื่อเป็นปัจจัยสริมสร้างมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมให้เป็นข้าราชการที่ดีในอนาคต