5 ประโยชน์เกื้อกูล และความก้าวหน้า ในอาชีพรับราชการ

776
5 ประโยชน์เกื้อกูล และความก้าวหน้า ในอาชีพรับราชการ
5 ประโยชน์เกื้อกูล และความก้าวหน้า ในอาชีพรับราชการ

ในการใช้ชีวิต เชื่อว่าทุกคนต้องการความมั่นคงและความก้าวหน้าในอาชีพ การรับราชการคืออาชีพที่คนส่วนใหญ่เชื่อมั่นว่ามีความมั่นคงและมีอนาคตที่ดี เห็นได้จากทุกครั้งที่มีการเปิดสอบ ก.พ.ภาค ก. หรือสอบ ก.พ.กับท้องถิ่น จะมีผู้สนใจสมัครเป็นจำนวนมากทุกปี ความก้าวหน้าที่น่าสนใจในอาชีพนี้มีอยู่หลายประการ วันนี้ ก.พ.ออนไลน์ มี 5 ข้อ ความก้าวหน้าในอาชีพรับราชการ มาแนะนำให้เป็นความรู้

ความก้าวหน้า ในอาชีพ คืออะไร

ความต้องการความก้าวหน้าในอาชีพของคนทั่วไป ก็คือการได้ทำงานในองค์กรหรือหน่วยงานที่มีความมั่นคง มีความก้าวหน้า และมีโอกาสที่จะได้รับผิดชอบงานสำคัญ ได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นและเลื่อนขั้นเงินเดือนสูงขึ้น มีเกียรติเป็นที่ยอมรับในสังคม สวัสดิการดี สถานที่ทำงานดี เงินเดือนดีเหมาะสมกับตำแหน่งงาน และระบบการบริหารงานมีคุณธรรม อาชีพรับราชการ ถือเป็นงานที่มีเกียรติ มีตำแหน่ง มีความมั่นคง และมีสวัสดิการต่าง ๆ ครอบคลุมครบทุกองค์ประกอบของคำว่า “อาชีพที่มีความมั่นคงและก้าวหน้า”

อาชีพรับราชการ เส้นทางสู่ความมั่นคง

ข้าราชการ คือ บุคคลซึ่งรับการบรรจุแต่งตั้งให้รับราชการปฏิบัติหน้าที่ และรับเงินเดือนในกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ของประเทศไทย โดยการสอบบรรจุรับราชการมีหลายเส้นทาง เช่นการสอบ ก.พ. กับ ท้องถิ่น เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งนับเป็นสนามใหญ่ที่มีผู้สนใจสมัครสอบหลักแสนคนต่อปี การสอบ ก.พ. ยังเป็นเส้นทางสู่ความมั่นคงในอาชีพข้าราชการพลเรือนที่เปิดสอบเป็นประจำทุกปี

ประเภทของข้าราชการไทย ข้าราชการในประเทศไทย มีหลายประเภท ดังนี้

  • ข้าราชการพลเรือน สำหรับข้าราชการพลเรือน แบ่งออกเป็น ข้าราชการพลเรือนสามัญ (ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในกระทรวง ทบวง กรมฝ่ายพลเรือน ซึ่งได้รับการบรรจุแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน) และข้าราชการพลเรือนในพระองค์ (ข้าราชการพลเรือนในสังกัดสำนักพระราชวัง มีหน้าที่เกี่ยวกับงานในพระองค์พระมหากษัตริย์ ซึ่งได้รับการบรรจุแต่งตั้งตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน การบรรจุแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในพระองค์ เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย)
  • ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา หมายถึง ข้าราชการพลเรือนในสังกัดสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หมายถึง ข้าราชการที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการในสถานศึกษา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ข้าราชการทหาร คือ บุคคลที่เข้ารับราชการทหารประจำการ ข้าราชการกลาโหม และพลเรือนที่บรรจุในอัตราทหาร ในหน่วยงานทางการทหารซึ่งสังกัดกระทรวงกลาโหมหรือกองทัพไทย
  • ข้าราชการตำรวจ หมายถึง ข้าราชการในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม หมายถึง ข้าราชการที่บรรจุและแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติราชการในศาลยุติธรรม
  • ข้าราชการฝ่ายอัยการ หมายถึง ข้าราชการที่บรรจุและแต่งตั้งให้รับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด
  • ข้าราชการรัฐสภา แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ข้าราชการรัฐสภาสามัญ และ ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
  • ข้าราชการฝ่ายศาลปกครอง หมายถึง ข้าราชการที่รับราชการและดำรงตำแหน่งในศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง แบ่งเป็น ข้าราชการตุลาการศาลปกครอง และข้าราชการสำนักงานศาลปกครอง
  • ข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ หมายถึง ข้าราชการที่รับราชการและดำรงตำแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ข้าราชการฝ่ายศาลรัฐธรรมนูญ แบ่งออกเป็น ข้าราชการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
  • ข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หมายถึง ข้าราชการในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
  • ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หมายถึง บุคคลที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งและปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ
  • ข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร หมายถึง บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้รับราชการโดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนของกรุงเทพมหานคร
  • ข้าราชการการเมือง หมายถึง ผู้ที่รับราชการในตำแหน่งทางการเมืองซึ่งแบ่งออกเป็น ข้าราชการการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการการเมืองกรุงเทพมหานคร และ ข้าราชการการเมืองท้องถิ่น
  • ข้าราชการส่วนท้องถิ่น หมายถึง ข้าราชการการเมืองซึ่งเป็นข้าราชการและผู้ที่ดำรงตำแหน่งราชการทางการเมืองในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • พนักงานอื่นของรัฐ ได้แก่ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย พนักงานกระทรวงสาธารณสุข พนักงานองค์การมหาชนและองค์การของรัฐอื่นที่ไม่ใช่ส่วนราชการ และลูกจ้างประจำ

ความก้าวหน้า ในอาชีพรับราชการ

ข้าราชการทุกประเภทที่รับราชการอยู่ในองค์กรของรัฐ จะได้รับค่าตอบแทนหรือเงินเดือนเป็นการตอบแทนตามค่าของงานในแต่ละตำแหน่ง นอกจากนั้นยังมีสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลต่าง ๆ ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้ข้าราชการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประโยชน์ตอบแทนเหล่านี้เป็นแรงจูงใจให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ สนใจสมัครสอบ ก.พ กับท้องถิ่น เป็นจำนวนมากในแต่ละปี รวมถึงการศึกษาในสาขาต่าง ๆ ที่คาดหวังว่าเรียนจบแล้วจะมีโอกาสสอบเข้ามารับราชการหรือทำงานอยู่ในระบบราชการ ซึ่งสวัสดิการของข้าราชการพลเรือนสามัญนั้น มีทั้งที่กำหนดให้เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน ดังนี้

  • สวัสดิการเกี่ยวกับการลา การลาของข้าราชการแบ่งออกเป็น 9 ประเภท คือ การลาป่วย ลาคลอดบุตร ลากิจส่วนตัว การลาพักผ่อน การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจญ์  การลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย การลาไปปฏิบัติงานในองค์กรระหว่างประเทศ และ การลาติดตามคู่สมรส
  • เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ผู้ที่มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาล ได้แก่
    • ข้าราชการผู้มีสิทธิ์
    • คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้มีสิทธิ์
    • บิดามารดาของผู้มีสิทธิ์
    • บุตรของผู้มีสิทธิ์ ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เป็นคนไร้ความสามารถ
  • เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร คุณสมบัติ จำนวนบุตรและอายุของบุตร ที่มีสิทธิรับเงินสวัสดิการ ได้แก่
    • บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายแต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม
    • บุตรที่อยู่ในความปกครอง อายุไม่เกิน 25 ปี ในวันที่ 1 พฤษภาคม ของแต่ละปีการศึกษา
    • เป็นบุตรที่ครบ 3 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 25 ปี ในวันที่ 1 พฤษภาคม ของแต่ละปีการศึกษา
    • เป็นบุตรลำดับที่ 1-3 และถ้ามีบุตรเกิน 3 คน ต่อมาบุตรคนใดในจำนวน 3 คน ตายหรือไร้ความสามารถก่อนอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ก็ขอให้เพิ่มขึ้นอีกเท่าจำนวนบุตรที่ตายหรือไร้ความสามารถ
    • บุตรที่เกิดจากการแต่งงานที่มิได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย
  • เงินสวัสดิการสำหรับการปฏิบัติงานประจำสำนักงานในพื้นที่พิเศษ หมายถึง การปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อไปนี้
    • มีความยากลำบากของการคมนาคม
    • พื้นที่ที่มีความขาดแคลนสาธารณูปโภคหรือปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต
    • พื้นที่เสี่ยงภัย
    • ความชุกชุมของโรคภัยไข้เจ็บ เช่น พื้นที่ที่กำลังมีโรคระบาด
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ คือ สิ่งที่เป็นเครื่องหมายแสดงเกียรติยศ และบำเหน็จความชอบที่ พระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในพระองค์
  • บำเหน็จบำนาญ หมายถึง สวัสดิการและสิทธิประโยชน์เมื่อพ้นจากราชการ

5 ประโยชน์เกื้อกูล และความก้าวหน้า ในอาชีพรับราชการ

ความก้าวหน้าในอาชีพรับราชการ นอกจากเรื่องของค่าตอบแทน และเงินสวัสดิการต่าง ๆ ที่ให้ความมั่นคงและส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าในหน้าที่ เช่น การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย ซึ่งจะส่งผลให้มีทักษะความรู้และเป็นการพัฒนาตนเองแล้ว ประโยชน์เกื้อกูล 5 ข้อต่อไปนี้ คือส่วนหนึ่งที่เป็นแรงจูงใจให้มีผู้สมัครสอบ ก.พ. กับ ท้องถิ่น หรือสมัครสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบภาค ข และภาค ค ซึ่งเป็นการสอบความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งต่อไป

1.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ เป็นประโยชน์เกื้อกูลที่เป็นการสนับสนุนส่งเสริมเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพ เช่น การเดินทางไปราชการตามที่ได้รับมอบหมายหรือเดินทางไปตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ได้แก่ ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะ ค่าเช่าพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และอื่น ๆ

2.  ค่าเช่าบ้าน

ค่าเช่าบ้านเป็นสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ด้านการเงินตามระเบียบกระทรวงการคลัง ข้าราชการผู้มีสิทธิ์เบิกค่าเช่าบ้านได้แก่ผู้ที่ต้องไปปฏิบัติราชการประจำสำนักงานในต่างท้องที่

3. เงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ

การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ได้แก่ การทำงานนอกวันทำการ (วันจันทร์ถึงวันศุกร์) หรือนอกเวลาราชการ (เวลาระหว่าง 08.30 ถึง 16.30 น. ของวันทำการ) การเบิกเงินตอบแทนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตรา ได้แก่

  • การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการในวันทำการ ให้มีสิทธิเบิกเงินตอบแทนได้ไม่เกินวันละสี่ชั่วโมงในอัตราชั่วโมงละห้าสิบบาท
  • การปฏิบัติงานในวันหยุดราชการ ให้มีสิทธิเบิกเงินตอบแทนได้ไม่เกินวันละเจ็ดชั่วโมงในอัตราชั่วโมงละหกสิบบาท

4. รถราชการหรือรถประจำตำแหน่ง

สำหรับประโยชน์เกื้อกูลที่ได้รับนอกจากเงินเดือนและสวัสดิการที่ได้รับตามตำแหน่งหน้าที่และสิทธิประโยชน์แล้ว รถราชการถือเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่ง ได้แก่

  • รถประจำตำแหน่ง หมายถึง รถยนต์ที่ทางราชการจัดให้แก่ข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ
  • รถส่วนกลาง หมายถึง รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่จัดไว้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมของส่วนราชการ
  • รถรับรอง หมายถึง รถยนต์ที่จัดไว้เป็นพาหนะรับรองชาวต่างประเทศซึ่งเป็นแขกของทางราชการ
  • รถรับรองประจำจังหวัด หมายถึง รถยนต์ที่จังหวัดจัดไว้เพื่อเข้าร่วมขบวนหรือเป็นพาหนะรับรองบุคคลสำคัญ
  • รถอารักขา หมายถึง รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการถวายอารักขาและรักษาความปลอดภัยพระบรมวงศานุวงศ์จัดไว้ใช้เป็นพาหนะเพื่อการนั้น

5.โทรศัพท์ของทางราชการที่อนุมัติให้ใช้เป็นรายบุคคล

โทรศัพท์ของทางราชการที่อนุมัติให้ใช้เป็นรายบุคคล ถือเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่งที่ข้าราชชการสามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในการติดต่อราชการ โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้

  • โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ให้ข้าราชการถือครอง ถือเป็นสิทธิเฉพาะตัวที่จะได้รับเมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง แต่ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วนราชการ
  • การเบิกจ่ายค่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของทางราชการ ที่มอบให้ข้าราชการเป็นผู้ถือครอง ให้เบิกจ่ายค่าใช้บริการแบบรายเดือนที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารภายในภารกิจของทางราชการ

สิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ได้รับนอกจากค่าตอบแทนและสวัสดิการ

ข้าราชการทุกประเภท นอกจากเงินเดือนหรือค่าตอบแทนและสวัสดิการต่าง ๆ รวมทั้งประโยชน์เกื้อกูลที่ได้รับแล้ว ยังมีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ได้รับ เช่น

  • สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของข้าราชการ
  • ได้รับสินเชื่อสวัสดิการสำหรับข้าราชการ จากสถาบันการเงินหรือธนาคารต่าง ๆ
  • ใช้ตำแหน่งบุคคลเป็นหลักค้ำประกันได้ ตัวอย่าง เช่น
    • ข้าราชการประจำระดับ 3 – 5 วงเงินประกันได้ไม่เกิน 60,000 บาท
    • ข้าราชการประจำระดับ 6 – 8 วงเงินประกันได้ไม่เกิน 200,000 บาท
    • ข้าราชการประจำระดับ 9 – 10 วงประกันได้ไม่เกิน 800,000 บาท
    • ข้าราชการประจำระดับ 11 วงเงินประกันได้ไม่เกิน 1,000,000 บาท
    • ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกันได้ไม่เกิน 1,000,000 บาท

นายกเทศมนตรี เทศมนตรี ประกันได้ไม่เกิน 200,000 บาท สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล ประกันได้ไม่เกิน 60,000 บาท ฯลฯ

สำหรับเส้นทางการสอบบรรจุรับราชการแต่ละประเภท จะมีวิธีการขั้นตอนและคุณสมบัติของผู้สอบแตกต่างกันไป ในส่วนของข้าราชการสามัญจะเริ่มจากการสอบ ก.พ. ภาค ก. เพื่อวัดความรู้ทั่วไป เมื่อสอบได้แล้ว สามารถเก็บเป็นหลักฐานเพื่อใช้สอบ ก.พ.ภาค ข และภาค ค ซึ่งเป็นการสอบความรู้เฉพาะตำแหน่งและการสอบสัมภาษณ์ หรือบางกรณีการสอบบรรจุข้าราชการสามัญอาจมีขั้นตอนที่แตกต่างกัน เช่น การสอบ ก.พ.กับ ท้องถิ่น โดยทั่วไปการสอบท้องถิ่นจะเป็นการสอบภาค ก. และภาค ข. ในวันเดียวกัน (ภาค ก. สอบตอนเช้า ภาค ข. สอบตอนบ่าย) เมื่อสอบภาค ก และข ได้แล้วก็จะมีสิทธิ์สอบภาค ค คือการสอบสัมภาษณ์หรือสอบความเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไป